• May 14, 2021

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประวัติศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประวัติศาสตร์  หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ภาคอีสาน ครอบคลุมด้วยพื้นที่ 160,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร    โดยเอียงมาจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ทางทิศตะวันตกของภูมิภาค ไปยังแม่น้ำโขง  ภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ราบ     บางส่วนเป็นภูเขาโดยเฉพาะตรงกลางของภูมิภาค  เช่น กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ

เขตการปกครอง มีทั้งหมด 20 จังหวัด  ตามคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ  สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลธานี หลักภาษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นสำเนียง ภาษาลาวอย่างหนึ่ง ทางฝั่งแม่น้ำโขง มีจำนวนภาษาอีสาน อยู่ประมาณ 15 ถึง 23 ล้านคน แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีภาษาเขมรถิ่นไทย

ประวัติศาสตร์  ของชนเผ่าไทยอีสาน เป็นกลุ่มไทยลาว หรือ ชาวอีสาน ที่มีการตั้งหลักปักฐานอยู่ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    หมายถึงคนเชื้อชาติไทยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ของประเทศไทย  มีหลายกลุ่มชนเผามาก  เช่น เชื้อชาติลาว เขมร ไทย  จีน เวียดนาม อินเดีย หรือว่าเชื้อชาติอื่น ๆ  ที่อพยพเข้ามาอยู่ในอดีตนานมากแล้ว เป็นกลุ่มที่มีจำนวนประชากรเยอะที่สุดคือ จำนวนประชากรของภาคอีสาน ในสมัยก่อนปฏิรูปการปกครอง 2435 เรียกว่าเมืองนี้ว่า หัวเมืองภาคตะวันออก  จนกระทั่งปี พ. ศ 2476 เป็นต้นมา

ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของอีสาน

ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ อีสาน ได้สถาปนาเป็นภาคอีสานมาจนปัจจุบัน มีหลายกลุ่มหลายเชื้อชาติมาก ในหลายกลุ่มนั้นจะมีกลุ่มเชื้อพันธุ์ ลาว อยู่ด้วย ซึ่งจะสอดคล้องหลักฐานจากการเขียนนักวิทยาการบางคน หลังจากพวก ละว้า  หรือ พวก ข่า หมดอำนาจลง    

 ดินแดนก็ถูกครอบครองโดย  อ้ายลาว มาจนถึงปัจจุบัน ต่อมากลุ่มอ้ายลาวรบกันกับกลุ่มจีน สาเหตุเพราะจีนจะมาแยกแผ่นดิน   อ้ายลาวเป็นกลุ่มสาขาของโลกเดิม  ก่อนที่จะอพยพครอบครองอีสานนั้นทั้งยังรวมตัวกันตั้งเมืองต่าง ๆ 3 เมือง คือ นครลุง นครเงี้ยว และ นครปา ตามหลักฐานตำนานและพงศาวดาร ลาวเป็นกลุ่มชนชั้นที่มีถิ่นกำหนดอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งแต่เมืองสิงห์ ทางตอนใต้ของแคว้นสิบสองปันนามาแคว้นสิบสองจุไทย ในเขตแม่น้ำดำ ลงมาจนถึงแคว้นตะวัน

การเข้ามาอยู่ในดินแดนไทยของคนลาว มีการเข้ามาอยู่ 2 ลักษณะ คือ

การอพยพเพื่อเข้ามาลี้ภัย ตั้งบ้านตั้งเมือง ส่วนใหญ่จะกระจัดกระจายกันอยู่ตามท้องถิ่นต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การถูกกวาดต้อนเข้ามา  ส่วนใหญ่จะนำมาอยู่ในเขตจังหวัดภาคกลาง

ความเชื่อและศาสนา ยึดมั่นในจารีตประเพณี ดำเนินชีวิตตาม

 ฮีตสิบสอง นับถือศาสนาพุทธ แบบชาวบ้าน คือพระพุทธศาสนาที่ปรับเข้ากันกับจารีตประเพณี ที่มุ่งจะสั่งสอนให้เป็นพลเมืองดี  มากกว่าที่สอนให้โลกีย์ไปสู่นิพาน ตามปรัชญาพุทธศาสนา ยังนับถือผีบรรพบุรุษ ผีฟ้า ผีแถน รวมทั้งผีไร่นา นั้นคือ ผีปู่ย่าโดยชุมชนในชนบทจะมีศาลเจ้าปู่ ประจำหมู่บ้านและตำแหน่งเจ้าจ้ำ หรือ หมอจ้ำ เป็นผู้ติดต่อทางวิญญาณ

การละเล่น เครื่องดนตรี ได้แก่ ฟ้อน หมอลำ การเซิ้ง ส่วนเครื่องดนตรี ได้แก่ แคน พิณ ฉาบ ฉิ่ง หลอง ดนตรีอื่น ๆ ที่เห็นในปัจจุบันการผสมผสานวัฒนธรรม และการคิดค้น ปรับปรุง เช่น โปงลาง

วัฒนธรรมและอาหาร ส่วนมากรับประทานข้าวเหนียว อาหารหลัก ๆ คือ เครื่องที่เป็นน้ำจิ้ม แจ่วบ่อง กับผักสด แกงอ่อม พิธีงานแต่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประวัติศาสตร์ ค่อนข้างจะให้อิสระในการเลือกคู่ครอง นั้นคือ ประเพณีพื้นบ้านไม่ค่อยจะเคร่งครัด  

ในความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาว    เป็นการเลี้ยงในพิธีแต่งงานที่จัดเป็นพิธีใหญ่ นั้นก็คือฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะเป็นผู้ที่อยู่   ครอบครัวมีฐานะ มีหน้ามีตาของหมู่บ้าน ฝ่ายหญิงจะรู้ตนเองว่าพ่อแม่เป็นคนที่ชาวบ้านนับถือ ครั้นเมื่อสมัครรักใคร่กับฝ่ายผู้ชาย มักจะไม่ยินยอมให้ฝ่ายชาย มาซูน (มาสัมผัสที่แตะต้อง) เพราะการนับถือเป็นการไม่รักษาหน้าของพ่อแม่ญาติพี่น้อง บางกรณีชายหนุ่มอาจจะส่งเม่าแกมาสู่ขอก่อนก็ได้  

การแต่งกายของเชื้อชาติไทยลาว อยู่บ้านจะนุ่งกางเกงขาก๊วยสั้น สวมเสื้อม่อฮ่อมแขนสั้น คาดผ้าขาวม้า ส่วนผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่นผ้า ฝ้ายมาแต่เดิม และมีการพัฒนาผ้าฝ้าย การทอผ้ามัดหมี่ลวดลายต่าง ๆ ผ้าซิ่น ไม่มีเชิง ที่เป็นผ้าเข็น(ทอ) และผ้ามัดหมี่ฝ้าย 

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวประวัติศาสตร์ น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> 6628a ขอบคุณที่รับชม .